หน้าแรก » ทันตกรรมเฉพาะทางสำหรับผู้ใหญ่ » รักษารากฟันโดยทันตแพทย์เฉพาะทาง | SmileDC

อธิบายการรักษารากฟันแบบเข้าใจง่าย ตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ

สำหรับผู้ที่เริ่มมีอาการปวดฟัน ฟันผุ หรือฟันแตก เสี่ยงต่อการสูญเสียฟันซี่นั้นในที่สุด หรือว่าติดเชื้อในโพรงประสาทฟัน ทันตแพทย์จะแนะนำให้ทำการรักษารากฟัน ซึ่งนั้นอาจทำให้หลายคนเกิดความสงสัยว่าการรักษารากฟันคืออะไร เพื่อช่วยให้เข้าใจเกี่ยวกับรากฟันมากขึ้น เราได้รวบรวมทุกเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับรากฟันมาบอกกัน

   

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจด้านล่างได้เลย

รักษารากฟัน คืออะไร?

รักษารากฟัน (Root Canal Treatment) คือ การกำจัดเนื้อเยื่อและเส้นประสาทที่มีการติดเชื้อในโพรงประสาทฟัน โดยมีสาเหตุมาจากฟันผุถึงโพรงประสาทฟัน จากนั้นจึงทำความสะอาดภายในรากฟันให้สะอาดปราศจากเชื้อ แล้วจึงทำการอุดปิดรากฟันและบูรณะตัวฟัน เพื่อให้ฟันซี่ที่ได้รับการรักษารากฟันนี้มีความแข็งแรงเหมือนฟันตามธรรมชาติ โดยการรักษารากฟันมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้สามารถเก็บรักษาฟันไว้ได้ไดยไม่จำเป็นต้องถอนฟันซี่นั้นออกไป

รักษารากฟัน คืออะไร

กระบวนการรักษารากฟันด้วยการทำความสะอาดและกำจัดเชื้อจุลชีพ ทันตแพทย์จะใช้หลายวิธีร่วมกัน ทั้งการใส่ยาที่มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อการทำความสะอาด การขูดเอาเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อออก และการล้างโพรงประสาทฟันด้วยน้ำยาที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อจุลชีพ ภายหลังขั้นตอนการรักษารากฟันเสร็จสิ้น ทันตแพทย์จะแนะนำให้ทำการบูรณะฟันซี่นั้น ๆ ด้วยการปักเดือยฟัน และทำการครอบฟันเพื่อป้องกันไม่ให้ฟันซี่นั้นแตกภายหลัง

การรักษารากฟันมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้สามารถเก็บรักษาฟันไว้ได้ไดยไม่จำเป็นต้องถอนฟันซี่นั้นออกไป

คลินิกทันตกรรม SmileDC
รักษารากฟัน

ดังนั้น เมื่อฟันผุทะลุโพรงประสาท จึงเกิดอาการปวดมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการปวดฟันตอนกลางคืน หรืออาการปวดฟันเวลารับประทานอาหาร และจะปวดต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน

มาเรียนรู้เพิ่มเติมกันว่าการรักษารากฟัน คืออะไร? ราคาเท่าไหร่? รวมถึงสาเหตุ วิธีการรักษา และข้อควรปฏิบัติภายหลังการรักษารากฟันไปพร้อม ๆ กันในบทความนี้ได้เลย

โครงสร้างของฟันและรากฟัน

โครงสร้างฟัน และ รากฟัน สำหรับการ รักษารากฟัน

ก่อนอื่นเรามาดูโครงสร้างส่วนประกอบของ ฟัน และ รากฟัน ว่าประกอบไปด้วยอะไรบ้าง

1. เคลือบฟัน (Enamel)

ชั้นเคลือบฟัน เป็นผิวฟันชั้นที่อยู่นอกสุด และเป็นชั้นที่แข็งที่สุด โดยมีหน้าที่ในการรับแรงบดเคี้ยว โครงสร้างเป็นผลึก ไม่มีทั้งเส้นประสาทและเส้นเลือด ดังนั้นเวลาเราเริ่มมีฟันผุที่ชั้นเคลือบฟันนี้ จึงยังไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดใด ๆ ชั้นเคลือบฟันนี้จะช่วยปกป้องตัวฟันทั้งหมดจากการเกิดฟันผุ และเนื่องจากชั้นเคลือบฟันนี้จะไม่มีการสร้างทดแทนขึ้นมาใหม่ ดังนั้นชั้นเคลือบฟันจึงประกอบด้วยสสารที่แข็งที่สุดของร่างกายเรา เพื่อช่วยทนทานการกัดกร่อนของกรดจากการย่อยอาหารของแบคทีเรีย และทำให้ชั้นเคลือบฟันสามารถอยู่กับเราไปได้นาน

2. เนื้อฟัน (Dentine)

ถัดจากชั้นเคลือบฟัน ก็จะเป็นชั้นเนื้อฟัน โดยโครงสร้างในเนื้อฟันจะประกอบด้วยรูของท่อเนื้อฟันขนาดเล็ก ๆ จำนวนมาก ซึ่งเป็นที่รวมของเส้นประสาทรับความรู้สึก ดังนั้นเมื่อมีฟันผุถึงชั้นนี้ เราจะเริ่มมีอาการเสียวฟัน โดยชั้นเนื้อฟันนี้จะเป็นส่วนที่เชื่อมต่อระหว่างชั้นเคลือบฟัน และโพรงประสาทฟัน

3. โพรงประสาทฟัน (Pulp Chamber)

โพรงประสาทฟัน เป็นช่องว่างที่อยู่ด้านในสุดของฟัน ประกอบด้วยเนื้อเยื่ออ่อน ๆ ที่เรียกว่าเนื้อฟันซึ่งประกอบไปด้วยเส้นประสาทรับความรู้สึก เส้นเลือดที่มาเลี้ยง และท่อน้ำเหลือง หากฟันผุถึงโพรงประสาทฟัน เชื้อโรคจากฟันผุจะเข้าไปทำลายเนื้อฟันและทำให้เนื้อฟันอักเสบ ส่งผลให้เกิดอาการปวดฟันอย่างรุนแรง บางครั้งอาจมีอาการบวมหรือปวดฟันไปถึงใบหน้าหรือคอได้

4. เหงือก (Gum)

เหงือก คือเนื้อเยื่ออ่อนสีชมพู ทำหน้าที่ยึดฟันไว้ในกระดูกขากรรไกรและรองรับแรงในการบดเคี้ยว เหงือกประกอบด้วยเซลล์เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน เซลล์เยื่อบุผิว และเซลล์เม็ดเลือดขาว เหงือกมีต่อมน้ำลายขนาดเล็กกระจายอยู่ทั่วเพื่อผลิตน้ำลายที่ช่วยในการย่อยอาหารและป้องกันฟันผุ

5. กระดูกเบ้าฟัน (Alveolar Bone)

กระดูกเบ้าฟัน มีลักษณะเป็นแผ่นบาง ๆ อยู่ภายในขากรรไกร โดยทำหน้าที่รองรับรากฟันให้ยึดติดกับขากรรไกรได้อย่างมั่นคง กระดูกเบ้าฟันจึงมีความสำคัญต่อสุขภาพช่องปากเป็นอย่างมาก ลักษณะของกระดูกเบ้าฟันจะเป็นฟองน้ำ มีความยืดหยุ่นสูง สามารถรองรับแรงบดเคี้ยวได้ดี โดยกระดูกเบ้าฟันจะค่อย ๆ พัฒนาขึ้นตามอายุของฟัน โดยจะเริ่มก่อตัวขึ้นในช่วงทารก และพัฒนาเต็มที่เมื่ออายุประมาณ 20 ปี

ทั้งนี้ส่วนของเคลือบฟันและเนื้อฟันที่โผล่ออกมาด้านบนของเหงือกจะรวมเรียกว่า ตัวฟัน (Crown) ส่วนถัดลงมา จะเรียกว่า คอฟัน (Neck) ซึ่งก็คือ บริเวณรอยต่อระหว่างตัวฟันกับรากฟัน หรือบริเวณขอบเหงือกนั่นเอง และส่วนสุดท้าย รากฟัน (Root) เป็นส่วนของฟันที่อยู่ใต้เหงือกลึกลงไปในเบ้าฟัน

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง: เหงือกบวม เหงือกอักเสบ สาเหตุและวิธีรักษา

รากฟัน คืออะไร?

รากฟัน คืออะไร?

รากฟัน คือส่วนของฟันที่อยู่ใต้เหงือกลึกลงไปในเบ้าฟัน โดยจะฝังอยู่ในกระดูกขากรรไกรและถูกคลุมทับด้วยเหงือก โดยรอบของรากฟันประกอบด้วยเคลือบรากฟัน (Cementum) ที่มีสีเหลืองอ่อนเป็นส่วนชั้นนอกสุดและหุ้มรากฟันไว้ ทำหน้าที่เป็นที่ยึดให้รากฟันติดกับกระดูก โดยเคลือบรากฟันนี้จะมีความแข็งน้อยกว่าเคลือบฟัน

จำนวน รากฟัน

ภายในรากฟันจะประกอบด้วย โพรงประสาทฟันซึ่งอยู่ชั้นในสุดของฟัน เป็นศูนย์รวมของทั้งเส้นเลือดและเส้นประสาทฟัน ดังนั้นหากมีการผุจนทะลุถึงโพรงประสาทฟัน เราจะรู้สึกปวดฟันซี่นั้น ๆ นั่นเอง นอกจากนี้จำนวนรากฟันในฟันแต่ละซี่จะมีไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและขนาดของฟัน เช่น ฟันหน้า จะมีรากฟัน 1 ราก ส่วนฟันกรามจะมีรากฟัน 2-4 ราก

ทำไมต้องทำการรักษารากฟัน?

ทำไมต้องทำ การรักษารากฟัน หรือ รักษาคลองรากฟัน

สำหรับคำถามที่ว่า “ทำไมต้องรักษารากฟัน?” เป็นคำถามที่พบได้บ่อยและมีคนสังสัยเป็นจำนวนมาก ซึ่งสาเหตุที่ต้องทำการรักษารากฟันนั้น ก็มาจากการที่มีฟันผุจนทะลุถึงชั้นโพรงประสาทฟัน ไม่สามารถรักษาด้วยการอุดฟันได้แล้ว จึงจำเป็นต้องรักษารากฟัน

ในกรณีที่ฟันผุจนรากฟันอักเสบ แต่ไม่ได้ทำการรักษาอย่างถูกต้อง สิ่งที่ตามมาคืออาการปวดฟันอย่างรุนแรงโดยบางคนอาจพบอาการปวดซ้ำ ๆ หรือปวดรุนแรงจนส่งผลต่อปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ไม่สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติ นอกจากนั้นยังมักมีอาการเสียวฟันเมื่อดื่มเครื่องดื่มร้อนหรือเย็น มีอาการปวดฟันเวลาเคี้ยว ทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลง อีกทั้งในบางครั้งอาจมีอาการอักเสบ ตุ่มหนอง เหงือกบวม ฝีหรือถุงน้ำที่ปลายรากฟัน และยังเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคอีกด้วย สุดท้ายอาจนำไปสู่การถอนฟันและสูญเสียฟันแท้ได้

เมื่อมีอาการเหล่านี้และไม่ได้รับการรักษารากฟัน อาจนำไปสู่การถอนฟันและสูญเสียฟันแท้ได้ในที่สุด

คลินิกทันตกรรม SmileDC

ดังนั้นเมื่อรู้ตัวว่ารากฟันอักเสบ อย่ารอช้า ควรไปที่คลินิกรักษารากฟัน หรือโรงพยาบาล เพื่อปรึกษาทันตแพทย์รักษารากฟันเฉพาะทางแต่เนิ่น ๆ และไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นานเกินไป จะช่วยลดความเสี่ยงจากการที่ฟันผุทะลุถึงโพรงประสาทฟัน ที่ทำให้รู้สึกปวดมาก และมีการอักเสบรุนแรงจนไม่สามารถรักษาเพื่อเก็บฟันซี่นั้น ๆ ไว้ได้ และจำเป็นต้องถอนฟันซี่นั้นออกไป

ขั้นตอนการรักษารากฟัน คุณหมอจะทำการกำจัดเอาแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดการอักเสบออก ทำความสะอาดรากฟันหรือคลองรากฟันด้วยการใส่ยาลดการอักเสบ เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่กระจายติดเชื้อไปยังบริเวณใกล้เคียง และที่สำคัญคือช่วยลดโอกาสการถอนฟันแท้ออกไป ทำให้เรายังสามารถเก็บฟันแท้ซึ่นั้น ๆ เอาไว้ได้นั่นเอง

เปรียบเทียบระหว่าง รักษารากฟัน กับถอนฟัน มีข้อดี-ข้อจำกัดอย่างไร?

เพื่อช่วยเปรียบเทียบและเป็นข้อมูลสำหรับการตัดสินใจระหว่างทำการรักษาด้วยวิธีรักษารากฟัน กับวิธีถอนฟันและใส่ฟันปลอม มาดูข้อดีและข้อจำกัดของแต่ละวิธีได้ดังต่อไปนี้

1. รักษารากฟัน

ข้อดี

  • เก็บรักษาฟันเอาไว้ได้
  • เบ้ากระดูกฟันไม่ยุบตัว
  • ได้ความสวยงามตามธรรมชาติมากกว่าการใส่ฟันปลอม
  • สะดวกสบายกว่าการใส่ฟันปลอม

ข้อจำกัด

  • ราคาสูงกว่าการถอนฟัน
  • ใช้เวลานานกว่า

2. ถอนฟันและใส่ฟันปลอม

ข้อดี

  • ใช้ระยะเวลาสั้นกว่า
  • ราคาถูกกว่า

ข้อจำกัด

  • สูญเสียฟันแท้ตามธรรมชาติไป
  • อาจเกิดการยุบตัวของกระดูกเบ้าฟัน
  • ความสะดวกสบายและความสวยงามของฟันปลอม จะไม่เหมือนฟันแท้ตามธรรมชาติ

ทั้งนี้ในฟันแต่ละซี่ อาจไม่สามารถมีแผนการรักษาเหมือนกันได้ทั้งหมด ฟันบางซี่อาจไม่สามารถเก็บรักษาโดยการรักษารากฟันได้ แต่ถ้าหากฟันซี่ดังกล่าวสามารถรักษารากฟันเพื่อเก็บฟันเอาไว้ได้ก็จะเป็นวิธีที่ดีกว่าการถอนฟันและใส่ฟันปลอมนั่นเอง

นัดหมายจนเสร็จสมบูรณ์ แต่ทั้งนี้ วิธีการที่ดีที่สุดในการรักษาฟันเอาไว้ในช่องปาก คือ การดูแลรักษาความสะอาดช่องปากอย่างดี แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง รวมถึงมาพบทันตแพทย์ เพื่อตรวจสุขภาพฟันทุก 6 เดือน

สาเหตุของการเกิดปัญหารากฟัน

สำหรับสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหารากฟัน คือการติดเชื้อแบคทีเรีย อันมีต้นเหตุมาจากการเกิดฟันผุ ฟันแตก หรือฟันหัก มีปัญหาโรคเหงือก รวมไปถึงการได้รับอุบัติเหตุที่กระทบกระเทือนกับฟันอย่างรุนแรง จนถึงโพรงประสาท ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อหรือว่าอักเสบ หากปล่อยปละละเลย ไม่รีบทำการรักษาจะทำให้ฟันซี่ข้างเคียงและเนื้อเยื่อโดยรอบเกิดความเสียหายตามไปด้วย

สัญญาณเตือนของฟันที่จำเป็นต้อง “รักษารากฟัน”

สำหรับสัญญาณเตือนที่บอกให้เรารู้ว่า ถึงเวลาแล้วที่เราจำเป็นจะต้องไปคลินิกรักษารากฟัน เพื่อทำการรักษา สามารถสังเกตได้ด้วยตัวเอง ดังต่อไปนี้

1. ฟันที่ผุมาก ผุลึก หรือผุต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานาน

ให้รีบไปหาทันตแพทย์โดยด่วน หากพบว่าในช่องปากมีฟันที่ผุมาก มีการผุลึก หรือผุต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานาน จนทำให้รอยผุลุกลามไปยังโพรงประสาทฟัน และไม่สามารถทำการอุดฟันด้วยวิธีการปกติได้

ฟันที่ผุมาก ผุลึก หรือผุต่อเนื่อง

2. กรณีฟันที่ได้รับอุบัติเหตุ

ฟันที่ได้รับอุบัติเหตุ เกิดการกระทบกระแทกบริเวณตัวฟัน จนทำให้ฟันซี่นั้น ๆ ตาย ซึ่งเราสามารถสังเกตได้จากสีของตัวฟัน ที่จะมีสีเปลี่ยนไปจากสีของเนื้อฟันปกติเป็นสีดำคล้ำ

ฟันที่ได้รับอุบัติเหตุ

3. เกิดฟันแตก

ฟันแตก เป็นอีกหนึ่งข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าควรต้องรักษารากฟัน โดยกรณีที่มีฟันแตกในลักษณะนี้ มักจะมีสาเหตุหลักมาจากการมีของแข็งมากระแทกที่ตัวฟัน มีลักษณะการเคี้ยวที่รุนแรง หรือนิสัยการชอบกัดอาหารแข็ง เช่น น้ำแข็ง หรือ กระดูกอ่อน เป็นต้น

ฟันแตก

4. ฟันที่ต้องได้รับการรักษารากฟัน เนื่องจากการครอบฟัน

ในบางกรณี ทันตแพทย์อาจพิจารณาส่งรักษารากฟัน ก่อนการครอบฟัน ไม่ว่าจะเป็นการทำครอบฟันแท้สำหรับผู้ใหญ่ หรือการทำครอบฟันน้ำนมในเด็กเล็ก เนื่องจากในกระบวนการกรอแต่งฟันก่อนการครอบฟัน อาจต้องมีการกรอเนื้อฟันออกมาก จนมีโอกาสสัมผัสโดนโพรงประสาทฟัน ทันตแพทย์เฉพาะทางด้านครอบฟัน จึงมีความจำเป็นต้องรักษารากฟันในฟันซี่ดังกล่าว

ฟันที่ต้องรักษารากฟันเพื่อการครอบฟัน

5. ฟันร้าว

ฟันร้าวก็เป็นสัญญาณเตือนว่าควรต้องรักษารากฟันเช่นกัน โดยสามารถสังเหตุเห็นได้ แต่อาจจะไม่ชัดเจนเท่ากับกรณีของฟันแตก ฟันร้าวมักเกิดขึ้นเนื่องจากพฤติกรรมชอบกัดของแข็ง หรือใช้ฟันอย่างรุนแรง จนอาจทำให้เนื้อฟันเกิดเป็นรอยแยกหรือเกิดการร้าวได้ โดยรอยร้าวดังกล่าวจะเป็นช่องว่างให้เชื้อโรคจากภายนอก ซึมเข้าสู่ตัวฟัน และเกิดการติดเชื้อบริเวณโพรงประสาทฟัน ทำให้ฟันซี่นั้น ๆ เกิดการปวดในที่สุด

ฟันร้าว

6. ฟันที่เป็นโรคเหงือก

สำหรับผู้ที่มีอาการของโรคเหงือกที่ไม่ได้รับการรักษา อาจมีการติดเชื้อย้อนจากบริเวณร่องเหงือกเข้าสู่ปลายรากฟัน ส่งผลให้เกิดรากฟันอักเสบ ที่จะตามมาด้วยอาการปวด ซึ่งต้องรีบรักษารากฟันโดยด่วน

ฟันที่เป็นโรคเหงือก

ทั้ง 6 สัญญาณเตือนนี้ล้วนส่งผลให้เกิดการอักเสบของโพรงประสาทฟัน และเกิดการติดเชื้อ ทำให้รู้สึกปวดทรมาน และบอกให้เราได้รู้ว่าฟันซี่นั้น ๆ สมควรต้องได้รับการรักษารากฟัน

การรักษารากฟัน มีกี่แบบ?

หลังจากที่เราได้เรียนรู้ วิธีรักษารากฟันกันไปแล้ว สิ่งต่อไปที่ควรทราบคือการรักษารากฟันนั้นมีด้วยกันทั้งหมดกี่แบบ? ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว การรักษารากฟันจะสามารถแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ดังต่อไปนี้

1. การรักษารากฟันโดยวิธีปกติ

สำหรับ การรักษารากฟัน โดยวิธีปกตินั้น จะมีวิธีการรักษาตามกระบวนการที่กล่าวไว้ข้างต้น โดยส่วนใหญ่ของการ รักษารากฟัน จะใช้วิธีตามปกตินี้ ก็เพียงพอที่จะกำจัดการติดเชื้อ รวมถึงรักษารอยโรคที่ปลาย รากฟัน และถุงหนองต่างๆได้

2. รักษารากฟันด้วยการผ่าตัดปลายราก

สำหรับวิธีรักษารากฟันรูปแบบนี้ จะมีราคาที่แพงกว่า จะใช้ในกรณีที่ไม่สามารถรักษาด้วยวิธีปกติได้ โดยวิธีนี้จะต้องมีการใช้กล้องจุลทรรศน์ทันตกรรม กล้อง Microscope เพื่อขยายการมองเห็น อีกทั้งทันตแพทย์อาจต้องมีการผ่าตัดเอาปลายราก ส่วนที่มีการติดเชื้อมาก ๆ ออกบางส่วน จากนั้นจะใช้วัสดุที่มีความปลอดภัยต่อเนื้อเยื่อรอบรากฟัน อุดย้อนเข้าไปเพื่อผนึกไม่ให้เชื้อจุลชีพย้อนเข้าสู่รากฟันได้ ดังนั้น วิธีนี้จึงจำเป็นต้องอาศัยความชำนาญเฉพาะของทันตแพทย์เฉพาะทางรักษารากฟัน เพื่อเพื่มอัตราความสำเร็จ

รักษารากฟันราคาเท่าไหร่?

รักษารากฟัน ราคาเท่าไหร่?

รักษารากฟันราคาเท่าไหร่? นี่อาจจะเป็นอีก 1 คำถามที่หลาย ๆ คน อยากรู้คำตอบ ดังนั้น มาพบกับคำตอบสำหรับคำถามนี้ไปพร้อม ๆ กันได้เลย

ค่ารักษารากฟันจะมีความแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของซี่ฟันว่าเป็นฟันหน้า ฟันกรามน้อย หรือฟันกรามใหญ่ รวมถึงความความรุนแรงของการอักเสบ และความยากง่ายในแต่ละเคส ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ฟันหน้าจะมีค่ารักษารากฟันถูกที่สุด ในขณะที่ฟันกรามใหญ่ที่มีจำนวนคลองรากฟันมากกว่า ก็จะมีค่ารักษารากฟันที่แพงกว่า นอกจากนี้ ค่ารักษาก็ย่อมแตกต่างกันในแต่ละคลินิกรักษารากฟันหรือโรงพยาบาล โดยสามารถตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ของแต่ละแห่ง หรือปรึกษาค่าใช้จ่ายกับทางทันตแพทย์ได้ก่อนตัดสินใจทำการรักษารากฟัน

ค่ารักษารากฟันที่คลินิกทันตกรรม SmileDC จะมีความแตกต่างกันในแต่ละซี่ฟัน โดยสามารถดูได้จากตารางด้านล่างนี้ได้เลย

ราคารักษารากฟัน ค่าบริการ (บาท)
ราคา รักษารากฟันหน้า 5,000 – 7,000
ราคา รักษารากฟันกรามน้อย8,000 – 10,000
ราคา รักษารากฟันกรามใหญ่11,000 – 13,000
ตาราง: สรุป ราคา รักษารากฟัน

หลังจากที่เราทราบแล้วว่ารักษารากฟันราคาเท่าไหร่ แต่นอกจากนั้น ภายหลังการรักษารากฟันเสร็จเรียบร้อยแล้ว อาจจะจำเป็นต้องทำเดือยฟันและครอบฟันร่วมด้วย ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โดยราคาของเดือยฟันสามารถดูได้จากตารางด้านล่างนี้

บริการทันตกรรมเฉพาะทาง ค่าบริการ (บาท)
เดือยฟัน (Fiber Post)4,000
ตาราง: เดือยฟัน (Fiber Post) ราคา

หลังจากที่เราทราบแล้วว่ารักษารากฟันราคาเท่าไหร่ แต่นอกจากนั้น ภายหลังการรักษารากฟันเสร็จเรียบร้อยแล้ว อาจจะจำเป็นต้องทำเดือยฟันและครอบฟันร่วมด้วย ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โดยราคาของเดือยฟันสามารถดูได้จากตารางด้านล่างนี้

แม้ว่าการรักษารากฟันจะไม่ได้ครอบคลุมสำหรับสิทธิทำฟันประกันสังคม แต่ลูกค้ายังคงสามารถใช้สิทธิประกันสังคม-ทันตกรรมเพื่อทำฟันได้ฟรี 900 บาทต่อปี สำหรับการขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน และการผ่าฟันคุด โดยไม่ต้องสำรองจ่าย เพียงแค่พกบัตรประชาชนเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบสิทธิยืนยันการใช้สิทธิประกันสังคมได้ และเพื่อความสะดวกในการใช้บริการ สามารถจองคิวนัดหมายล่วงหน้าได้ที่ โทร 096-942-0057

รักษารากฟันเจ็บไหม?

รักษารากฟันเจ็บไหม? – น่าจะเป็นคำถามที่หลายคนสงสัย ดังนั้น ไปหาคำตอบกันได้เลย

รักษารากฟัน ไม่เจ็บอย่างที่คุณคิด เพราะในขั้นตอนการรักษารากฟันจะมีการใช้ยาชาเฉพาะที่ เพื่อควบคุมความเจ็บปวด โดยเมื่อยาชาออกฤทธิ์แล้ว ก็จะไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดใด ๆ สำหรับในฟันทั่วไปที่มีการอักเสบไม่มาก ยาชาเฉพาะที่จะทำให้ไม่รู้สึกเจ็บระหว่างการรักษารากฟัน แต่มีบางกรณี เช่น ในฟันที่มีการอักเสบอยู่มากก่อนการรักษารากฟัน จะทำให้การออกฤทธิ์ของยาชาไม่เต็ม 100% จึงอาจมีอาการเจ็บระหว่างการรักษารากฟัน ได้ อย่างไรก็ตาม ทันตแพทย์จะคอยสอบถามเสมอว่ามีอาการเจ็บหรือไม่ หากยังมีอาการเจ็บแม้จะฉีดยาชาไปแล้ว ทันตแพทย์สามารถเติมยาชาเข้าไปช่วยระงับการเจ็บได้ ด้วยการฉีดยาโดยตรงเข้าไปในบริเวณโพรงประสาทฟัน ซึ่งจะช่วยหยุดการเจ็บปวดได้ทันที

รักษารากฟัน เจ็บไหม?

ดังนั้นไม่ต้องกังวล เพราะเมื่อยาชาออกฤทธิ์แล้ว ก็จะไม่มีความรู้สึกเจ็บเลย นอกจากนี้ อาการเจ็บในระหว่างการรักษาเทียบไม่ได้กับความเจ็บปวดแบบทุรนทุรายจากอาการปวดของรากฟันอักเสบเลย ดังนั้น หวังว่าคำตอบนี้น่าจะช่วยให้หลายคนคลายความกังวลใจ และสบายใจมากขึ้นที่จะรักษารากฟัน

รู้อย่างนี้แล้วก็อย่ามัวกังวลอยู่เลย ถ้ามีฟันที่อักเสบและจำเป็นต้องรักษารากฟัน ก็ควรจะทำนัดหมายกับคุณหมอแต่เนิ่น ๆ ตั้งแต่ยังไม่มีอาการปวด เพราะถ้ามีอาการขึ้นมาก็จะทรมานมาก ๆ และรักษายากกว่าด้วย

รักษารากฟัน นานไหม?

รักษารากฟัน นานไหม?

ระยะเวลาโดยรวมตลอดการรักษารากฟัน ปกติจะอยู่ที่ประมาณ 3-6 สัปดาห์ แต่จะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละเคส ทั้งนี้เพราะการรักษารากฟันเป็นขั้นตอนในการกำจัดเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อภายในรากฟัน ที่ความซับซ้อน ส่งผลให้เวลาที่ใช้ในขั้นตอนการรักษาจะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น ความซับซ้อน ความยากง่ายของแต่เคส สถานะสุขภาพช่องปาก และภาวะสุขภาพโดยทั่วไปของแต่ละคน

ทั้งนี้ระยะเวลาที่คุณหมอใช้ในการรักษาแต่ละครั้งจะอยู่ที่ประมาณ 1.5-2 ชั่วโมง/ครั้ง ซึ่งโดยปกติแล้วเคสส่วนใหญ่จะใช้เวลา 2 ครั้งในการมาพบทันตแพทย์รักษารากฟันเฉพาะทาง และมีระยะเวลาในการนัดรักษาต่อห่างกันประมาณ 1-2 สัปดาห์ เฉพาะกรณีที่เชื้อโรคยังไม่ลงไปในบริเวณปลายรากมากนัก อาจจะสามารถรักษารากฟันเสร็จได้ภายในวันเดียว ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพของการติดเชื้อในโพรงประสาทฟันของฟันซี่นั้น ๆ ด้วยว่า มีความ

การเตรียมตัวก่อนรักษารากฟัน

ในส่วนของการเตรียมตัวก่อนการรักษารากฟัน คนไข้ควรปฏิบัติตามดังต่อไปนี้

  • งดแอลกอฮอล์ และบุหรี่ อย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีเลือดออกมากจนเกินไป และยังช่วยให้แผลสมานได้เร็วขึ้น
  • รับประทานอาหารมาก่อน อย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง เนื่องจากหลักทำเสร็จปากของคุณจะยังชา ด้วยฤทธิ์ของยาชา ทำให้ไม่สามารถรับประทานอาหารได้ 
  • วางแผนการเดินทางให้เรียบร้อย เนื่องจากหลังทำเสร็จอาจมีอาการมึนยาชา ไม่เหมาะแก่การขับรถยนต์ด้วยตนเอง ควรเลือกใช้ระบบขนส่งสาธารณะ หรือให้คนในครอบครัวเป็นผู้เดินทางไปส่ง

อาการหลังจากการรักษารากฟัน

ผลข้างเคียงของการ รักษารากฟัน

ภายหลังการรักษารากฟัน อาจมีอาการปวดฟันได้บ้างใน 2-3 วันแรก และในบางกรณีอาจมีเหงือกบวม หรืออักเสบเล็กน้อย ซึ่งอาการปวดหรือบวมดังกล่าวนี้ จะสามารถหายไปได้เองในเวลาไม่นาน โดยในกรณีที่มีอาการปวดและบวมมาก สามารถใช้ยาแก้ปวดช่วยให้อาการทุเลาลงได้

แต่ในบางกรณีที่อาการปวดไม่ทุเลาลง อาจมีสาเหตุมาจากการทำความสะอาดไม่เพียงพอ ดังนั้น จำเป็นต้องมาพบทันตแพทย์อีกรอบหนึ่ง เพื่อทำความสะอาดคลองรากฟัน กำจัดเชื้อจุลชีพที่อาจยังหลงเหลืออยู่ออกให้หมด

ข้อควรปฏิบัติภายหลังการรักษารากฟัน

1. ควรเพิ่มความระมัดระวังในการใช้งานกับฟันที่พึ่งทำการรักษารากฟันเสร็จ

เนื่องจากฟันที่ได้รับการรักษาคลองรากฟันจะมีความเปราะแตกหักง่ายกว่าฟันปกติ อีกทั้งระหว่างการรักษารากฟัน ทันตแพทย์จะทำการกรอเนื้อฟันออกบางส่วน ทำให้ฟันที่เหลือมีความแข็งแรงน้อยกว่าฟันปกติ จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้งานในช่วงสัปดาห์แรก ๆ ภายหลังการรักษารากฟัน

2. หากมีอาการปวดหรือบวมภายหลังการรักษา สามารถกินยาแก้ปวดได้

เนื่องจากฟันที่พึ่งจะได้รับการรักษารากฟันเสร็จใหม่ ๆ อาจยังหลงเหลือการอักเสบ หรือการติดเชื้อภายในโพรงประสาทฟันอยู่ การทานยาแก้ปวดจะช่วยลดอาการเจ็บปวดและทำให้รู้สึกสบายขึ้นได้

3. ในกรณีที่วัสดุอุดฟันชั่วคราวหลุดออกระหว่างที่ยังรักษารากฟันไม่เสร็จสิ้น ควรรีบกลับมาพบทันตแพทย์

ในระหว่างที่ยังรักษาคลองรากฟันไม่เสร็จสิ้น หากวัสดุอุดฟันชั่วคราวหลุดออกมา ควรรีบกลับมาพบทันตแพทย์ เพราะถ้าหากมีการรั่วซึมของน้ำลายเข้าไปในระหว่างการรักษารากฟัน จะทำให้กระบวนการรักษาเป็นไปด้วยความยุ่งยากมากขึ้น

4. ควรมาพบทันตแพทย์ตามนัดหมาย

เนื่องจากการรักษารากฟัน หรือรักษาคลองรากฟัน เป็นกระบวนการที่จะต้องทำอย่างต่อเนื่องมากกว่า 1 ครั้ง การมาพบทันตแพทย์ตามนัดจะช่วยให้กระบวนการรักษาเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และเกิดผลลัพธ์ในการรักษาที่ดีที่สุด รวมถึงอัตราความสำเร็จในการรักษารากฟันก็จะสูงขึ้นด้วยเช่นกัน

5. หากเนื้อฟันเหลือไม่เพียงพอที่จะทำการบูรณะด้วยการอุดฟัน ทันตแพทย์มักจะแนะนำให้กลับมาปักเดือยฟันและครอบฟัน

ภายหลังการรักษารากฟันเสร็จสิ้นแล้ว หากเนื้อฟันเหลือไม่เพียงพอที่จะทำการบูรณะด้วยการอุดฟัน ทันตแพทย์มักจะแนะนำให้กลับมาปักเดือยฟันและครอบฟัน เพื่อให้ฟันซี่นั้น ๆ สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมถึงป้องกันการแตกหักของฟันภายหลังการรักษารากฟันอีกด้วย

หากเกิดอาการปวดภายหลังการรักษารากฟันจะต้องทำอย่างไร?

อาการข้างเคียงของการรักษารากฟันที่อาจเกิดขึ้นได้เป็นลำดับต้น ๆ คือ การปวดฟัน ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

1. อาการปวดฟันระหว่างการรักษารากฟัน

ส่วนใหญ่มักจะพบภายหลังจากการรักษารากฟันครั้งแรก และบางกรณีอาจพบมีการบวมอักเสบของเหงือกร่วมด้วย ซึ่งอาการปวดภายหลังจากการรักษารากฟันครั้งแรกนี้ จะพบได้บ่อยในฟันที่มีอาการปวดหรือการอักเสบมาก่อนการรักษาอยู่แล้ว ทั้งนี้ไม่ค่อยพบว่ามีอาการปวดในฟันที่ตายไปแล้ว หรือฟันที่มีตุ่มหนอง

ในการรักษารากฟันครั้งแรก ทันตแพทย์มักจะใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการกำจัดเนื้อเยื่อโพรงประสาทฟันที่ติดเชื้อออกจนหมด ร่วมไปกับการใส่ยาบรรเทาอาการปวดลงในโพรงประสาทฟัน จากนั้นล้างโพรงประสาทฟันด้วยน้ำยาที่มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรค

แต่ในบางกรณีที่มีการอักเสบหรือการติดเชื้อมาก่อนการรักษารากฟันเป็นระยะเวลานาน หรือมีอาการปวดมาก่อนมาก ๆ การกำจัดเนื้อเยื่อโพรงประสาทที่ติดเชื้อออกจนหมด อาจเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก ทันตแพทย์อาจพิจารณาเปิดโพรงประสาทฟันไว้ เพื่อให้เกิดการระบายของความดัน เพื่อลดอาการปวด แต่การทำเช่นนี้จะทำให้การรักษารากฟันในครั้งต่อ ๆ ไปยุ่งยากมากขึ้น เนื่องจากมีการปนเปื้อนของน้ำลายเข้าไปในรากฟัน ดังนั้นถ้าไม่มีความจำเป็น ทันตแพทย์จะพยายามหลีกเลี่ยงวิธีนี้ และทำการเปิดล้างคลองรากฟันหรือรากฟันซ้ำอีกครั้ง พยายามทำความสะอาดกำจัดเอาเนื้อเยื่อโพรงประสาทฟันออกเพิ่มเติม รวมไปกับการให้ยาแก้อักเสบ เพื่อลดอาการเจ็บปวดลงให้มากที่สุด

2. อาการปวดภายหลังจาก การรักษารากฟัน เสร็จแล้ว

สำหรับอาการปวดภายหลังจากการรักษารากฟันเสร็จแล้ว มีสาเหตุได้หลายประการ ดังต่อไปนี้

2.1 ทำการขยายคลองรากฟันยังไม่สะอาด แต่ทำการอุดรากฟันไปแล้ว

หากเกิดการปวดเพราะกรณีดังกล่าวนี้ ทันตแพทย์จำเป็นที่จะต้องรื้อวัสดุอุดรากฟันออกแล้วทำการรักษารากฟันซ้ำใหม่ จึงจะทำให้หายปวดได้

2.2 ฟันแตกหรือฟันร้าว

ทำให้มีการรั่วซึมของเชื้อจุลชีพเข้าไปในโพรงรากฟันได้อีก ในกรณีนี้ อาจต้องมีการผ่าตัดปลายรากฟัน เพื่ออุดปิดบริเวณจุดที่ร้าว หรืออาจต้องถอนฟันซี่ดังกล่าวออก หากไม่สามารถซ่อมแซมจุดที่ร้าวหรือแตกหักได้

2.3 มีอาการของโรคเหงือกร่วมด้วย

หากยังไม่ได้รับการรักษาโรคเหงือกก่อน เชื้อโรคจากร่องเหงือกอาจมีการย้อนทางเข้าไป ทำให้ติดเชื้อซ้ำในฟันที่รักษารากฟันเสร็จแล้ว

คำถามที่พบบ่อยของการ รักษารากฟัน

คำถามที่พบบ่อยของการรักษารากฟัน

บทสรุป : การรักษารากฟัน

การรักษารากฟัน ถึงแม้จะเป็นวิธีการที่ยุ่งยากและซับซ้อน แต่ก็มีข้อดีที่ทำให้สามารถเก็บรักษาฟันเอาไว้ในช่องปากได้ โดยการรักษาจะได้ผลสำเร็จดีที่สุด หากเจ้าของฟันให้ความร่วมมือกับทันตแพทย์ในขั้นตอนการรักษา มาตามเวลาที่นัดหมายจนเสร็จสมบูรณ์ แต่ทั้งนี้ วิธีการที่ดีที่สุดในการรักษาฟันเอาไว้ในช่องปาก คือ การดูแลรักษาความสะอาดช่องปากอย่างดี แปรงฟันบ่อย ๆ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง รวมถึงมาพบทันตแพทย์ เพื่อตรวจสุขภาพฟันทุก 6 เดือน

รักษารากฟัน ที่ไหนดี?

รักษารากฟัน ที่ไหนดี?

รักษารากฟันที่ไหนดี? เป็นอีกหนึ่งคำถามที่หลายคนสงสัย เนื่องจากการรักษารากฟันเป็นวิธีที่มีความละเอียด ซับซ้อน ดั้งนั้นจึงต้องพิจารณาอย่างละเอียดเพื่อหาคลินิกหรือสถานพยาบาลที่มีความน่าเชื่อถือ โดยปัจจัยในการเลือกมีดังต่อไปนี้

1. พิจาณาจากประสบการณ์และความชำนาญเฉพาะทางของทันตแพทย์

ปัจจัยแรก ควรพิจาณาจากประสบการณ์และความชำนาญเฉพาะทางของทันตแพทย์ที่ทำการรักษา โดยสามารถตรวจสอบประวัติของทันตแพทย์ เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการรักษารากฟัน และลดโอกาสเกิดความเสี่ยงจากผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้

2. ต้องเป็นคลินิกทันตกรรมที่ได้มาตรฐาน

มีความสะอาด เครื่องมือทุกชิ้นต้องผ่านการทำให้ปลอดเชื้อและการควบคุมการติดเชื้ออย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงมีเครื่องมือสำหรับการรักษารากฟัน และเครื่องเอกซเรย์แบบ Digital ครบครันในการให้บริการ

3. ทันตแพทย์ที่รักษารากฟันที่คลินิกทันตกรรมนั้นๆควรสามารถให้คำปรึกษาและตอบคำถามที่เราสงสัยได้

ก่อนการรักษารักษาฟัน ควรสอบถามกับทางคลินิกรักษารากฟัน ถึงข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับ วิธีรักษารากฟัน ไปจนถึง ค่ารักษารากฟันราคาเท่าไหร่? ให้ชัดเจน นอกจากนี้ควรคำนึงถึงการเดินทางด้วย เนื่องจากการรักษารากฟัน อาจต้องใช้เวลาในการไปพบทันตแพทย์มากกว่า 1 ครั้ง ก่อนจะเสร็จสิ้นกระบวนการรักษา ด้วยเหตุนี้ควรพิจารณาเลือกคลินิกทันตกรรมที่มีทันตแพทย์รักษารากฟันเฉพาะทาง ใกล้บ้านหรือใกล้ที่ทำงาน และสามารถปรึกษาขอคำแนะนำหรือนัดหมายล่วงหน้าได้

คลินิกทันตกรรม SmileDC มีความพร้อมให้บริการรักษารากฟัน อุ่นใจกับบุคลากรทันตแพทย์ที่จบสาขารักษารากฟันเฉพาะทาง และมีความชำนาญในการรักษารากฟัน ครบครันด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยทั้งเครื่องเอกซเรย์ดิจิทัลแบบเฉพาะซี่ฟันและแบบทั้งช่องปาก กล้องส่องและเครื่องวัดระยะรากฟันแบบดิจิทัล รวมถึงเครื่องวัดความมีชีวิตของรากฟัน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะมีผลอย่างมากต่อความสำเร็จของการรักษารากฟัน นอกจากนี้แล้วทางคลินิกยังใช้มาตรฐานในการทำความสะอาดเครื่องแบบเดียวกับมาตรฐานโรงพยาบาล โดยเครื่องมือทุกชิ้นต้องผ่านการทำให้ปลอดเชื้อด้วยความร้อนสูง (Sterilization) และการควบคุมการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าทุกท่าน

ทันตแพทย์รักษารากฟันเฉพาะทาง

แนะนำทันตแพทย์รักษารากฟัน ประจำคลินิก:

ทันตแพทย์เฉพาะทางรักษารากฟันของเรา ได้แก่ คุณหมอแนน (ทพญ. ณัฐธิดา ตั้งสุขสมบูรณ์) และคุณหมอเบญ (ทพญ. เบญจพร สมิทธิเศรษฐ์) ซึ่งเป็นทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในการรักษารากฟันประจำคลินิก

คุณหมอรักษารากฟันทั้ง 2 ท่าน ใจดี มือเบา ให้บริการตรวจ ให้คำปรึกษา อธิบายขั้นตอนวิธีรักษารากฟัน และแจ้งราคาให้แก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ เพื่อให้ลูกค้ามีข้อมูลอย่างครบถ้วนสำหรับการตัดสินใจก่อนทำการรักษารากฟัน ด้วยความมั่นใจในมาตรฐานเครื่องมือที่ทันสมัย ระบบปลอดเชื้อมาตรฐานโรงพยาบาล และอุ่นใจกับทีมทันตแพทย์เฉพาะทางรักษารากฟัน ที่คลินิกทันตกรรม SmileDC ของเรา

หมอแนน-ทพญ.ณัฐธิดา ตั้งสุขสมบูรณ์

ทพญ. ณัฐธิดา ตั้งสุขสมบูรณ์
(หมอแนน)

สาขา วิทยาเอนโดดอนต์ (รักษารากฟัน)

 

เวลาออกตรวจ

ทุกวันเสาร์ที่ 1, 3 และ 5 ของเดือน

เวลา 10:00-19:00 น.

หมอเบญ

ทพญ. เบญจพร สมิทธิเศรษฐ์
(หมอเบญ)

สาขา วิทยาเอนโดดอนต์ (รักษารากฟัน)

 

เวลาออกตรวจ

ทุกวันพุธที่ 2 ของเดือน
ทุกวันพฤหัสบดีที่ 1, 3 และ 5 ของเดือน
เวลา 10:00-19:00 น.

 

สอบถามนัดหมาย – การรักษารากฟัน

โทร 096-942-0057 คลินิกทันตกรรม SmileDC
เฟสบุ๊คแชทหาเรา คลินิกทันตกรรม SmileDC
ไลน์แชทหาเรา คลินิกทันตกรรม SmileDC

เวลาทำการ

เวลาทำการสำหรับบริการ รักษารากฟัน
จันทร์-เสาร์10:00 – 19:00 น.
อาทิตย์10:00 – 12:00 น.

แผนที่

แผนที่ SmileDC สำหรับเดินทางมา รักษารากฟัน

ปรึกษานัดหมาย-รักษารากฟัน

โทร 096-942-0057 คลินิกทันตกรรม SmileDC
เฟสบุ๊คแชทหาเรา คลินิกทันตกรรม SmileDC
ไลน์แชทหาเรา คลินิกทันตกรรม SmileDC
ผู้ชายที่ยิ้มเห็นฟันเหลือง

รู้ทันสาเหตุฟันเหลือง และวิธีทำฟันขาว คืนความมั่นใจ

ชวนไปรู้ทันสาเหตุของปัญหาฟันเหลืองที่บั่นทอนความมั่นใจ พร้อมมีวิธีแก้ฟันเหลืองอย่างปลอดภัยสำหรับทุกช่วงวัย มาบอกกันในบทความนี้
อ่านเพิ่มเติม
ทำฟัน ประกันสังคม ทันตกรรม ทำฟันฟรี 900 บาทต่อปี ไม่ต้องสำรองจ่าย เบิกอะไรได้บ้าง

ตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิทำฟันประกันสังคม 900 บาท

สิทธิทำฟันประกันสังคม 900 บาท ทำอะไรได้บ้างแบบไม่ต้องสำรองจ่าย พามาดูเงื่อนไขการใช้สิทธิประกันสังคมในการใช้บริการทางทันตกรรม
อ่านเพิ่มเติม
ทันตแพทย์รักษารากฟัน แตกต่างจากทันตแพทย์ทั่วไปอย่างไร

ทันตแพทย์รักษารากฟัน แตกต่างจากทันตแพทย์ทั่วไป อย่างไร?!

หลายๆคนอาจกำลังสงสัยว่า ทันตแพทย์รักษารากฟัน มีความแตกต่างจากทันตแพทย์ทั่วไปอย่างไร มาเรียนรู้ถึงความแตกต่างระหว่างทันตแพทย์รักษารากฟันกับ…
อ่านเพิ่มเติม
รักษารากฟันเจ็บไหม

รักษารากฟันเจ็บไหม? ครบทุกเรื่องที่สงสัย!?

รักษารากฟันเจ็บไหม? เป็นคำถามที่หลายๆคนอยากจะรู้ เพื่อช่วยประเมินก่อนการตัดสินใจทำการรักษารากฟัน ถ้าอยากรู้แล้ว เรามาพบกับคำตอบสำหรับคำถามนี้ไปพร้อมๆกันได้ในโพสต์นี้กันเลยค่ะ
อ่านเพิ่มเติม
5 เหตุผล ทำไมต้องรักษารากฟัน

ทำไมต้องรักษารากฟัน!?

สำหรับคำถามที่ว่า ทำไมต้องรักษารากฟัน มีเหตุผลและความจำมั๊ย มีขั้นตอนอย่างไร พร้อมพบกับ 5 เหตุผล โดย ทันตแพทย์เฉพาะทางรักษารากฟัน เพื่อช่วยตัดสินใจว่า ทำไมจึงควร…
อ่านเพิ่มเติม

ทันตกรรมเฉพาะทางด้านอื่นๆ